<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พลิกโฉมอุตสาหกรรมประกันภัยด้วยดิจิทัลและ AI - Bluebik</title>
	<atom:link href="https://bluebik.com/th/insight_industry/insurance-th/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://bluebik.com/th/insight_industry/insurance-th/</link>
	<description>Bluebik</description>
	<lastBuildDate>Thu, 05 Feb 2026 04:18:32 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9</generator>
	<item>
		<title>AI-led Enterprise Digital Transformation กุญแจฝ่าความท้าทาย สร้างความได้เปรียบให้ธุรกิจประกันภัย </title>
		<link>https://bluebik.com/th/insight/enterprisetransformation_insurance/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[marketing@bluebik.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 15 Oct 2025 04:48:31 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://bluebik.com/?post_type=insight&#038;p=7217</guid>

					<description><![CDATA[<p>AI-led Digital Transformation เปลี่ยนธุรกิจประกันภัยด้วย Intelligent Underwriting, Smart Claims และ IoT เพิ่มความคล่องตัว ลดเวลาดำเนินการ สร้างประสบการณ์ลูกค้าที่เหนือกว่า </p>
<p>The post <a href="https://bluebik.com/th/insight/enterprisetransformation_insurance/">AI-led Enterprise Digital Transformation กุญแจฝ่าความท้าทาย สร้างความได้เปรียบให้ธุรกิจประกันภัย </a> appeared first on <a href="https://bluebik.com/th/">Bluebik</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ในโลุธุรกิจปัจจุบัน อุตสาหกรรมประกันภัยกำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญ ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่รวดเร็ว ความคาดหวังของลูกค้าที่สูงขึ้น และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในตลาด ธุรกิจประกันภัยแบบดั้งเดิมจึงไม่อาจนิ่งเฉยได้อีกต่อไป&nbsp;</p>



<p>แม้ว่าการทรานส์ฟอร์มองค์กรเพื่อนำเทคโนโลยีมาเพิ่มศักยภาพของธุรกิจอย่างจริงจัง (Digital Transformation) สามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้องค์กรได้อย่างมหาศาล ทั้งในแง่การลดต้นทุนการดำเนินงานได้อย่างมีนัยสำคัญ และเพิ่มรายได้ได้อย่างก้าวกระโดด แต่การเดินทางสู่การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย มีความท้าทายมากมายที่ต้องเผชิญและก้าวข้ามให้ได้&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>4 ความท้าทายหลักที่ธุรกิจประกันภัยต้องเผชิญ&nbsp;</strong></h3>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="576" src="https://bluebik.com/wp-content/uploads/2025/10/Mockup1-TH-AI-Led-Enterprise-Trans.-4-Insurance-1024x576.png" alt="" class="wp-image-7220" srcset="https://bluebik.com/wp-content/uploads/2025/10/Mockup1-TH-AI-Led-Enterprise-Trans.-4-Insurance-1024x576.png 1024w, https://bluebik.com/wp-content/uploads/2025/10/Mockup1-TH-AI-Led-Enterprise-Trans.-4-Insurance-300x169.png 300w, https://bluebik.com/wp-content/uploads/2025/10/Mockup1-TH-AI-Led-Enterprise-Trans.-4-Insurance-768x432.png 768w, https://bluebik.com/wp-content/uploads/2025/10/Mockup1-TH-AI-Led-Enterprise-Trans.-4-Insurance-1536x864.png 1536w, https://bluebik.com/wp-content/uploads/2025/10/Mockup1-TH-AI-Led-Enterprise-Trans.-4-Insurance.png 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h5 class="wp-block-heading"><strong>1. ระบบ Legacy ที่ล้าสมัย&nbsp;</strong></h5>



<p>ระบบ Legacy นับเป็นความท้าทายใหญ่ด้านเทคโนโลยีสำหรับธุรกิจประกันในการทรานส์ฟอร์มธุรกิจ เนื่องจากในโลกธุรกิจปัจจุบันเต็มไปด้วยปริมาณข้อมูลมหาศาล และเทคโนโลยีใหม่ๆ มีความซับซ้อนมากขึ้น ทำให้ระบบเก่าเหล่านี้ขาดความคล่องตัวและความสามารถในการขยายตัวเพื่อรองรับการพัฒนาระบบหรือฟีเจอร์ใหม่ๆ&nbsp;</p>



<p>ระบบเหล่านี้เปรียบเสมือนภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวน้ำ แม้จะยังทำงานได้ แต่กลับกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาและการแข่งขัน ลองนึกภาพว่าคู่แข่งสามารถออกผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ ขณะที่บริษัทคุณต้องใช้เวลาหลายเดือน เพียงเพราะระบบไม่รองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว&nbsp;</p>



<h5 class="wp-block-heading"><strong>ปัญหาหลักของระบบ Legacy&nbsp;</strong></h5>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ต้นทุนการบำรุงรักษาสูง</strong>: ค่าใช้จ่ายในการดูแลระบบเก่าสูงกว่าการลงทุนในระบบใหม่ ซึ่งเงินจำนวนนี้สามารถนำไปลงทุนในนวัตกรรมใหม่ๆ ได้&nbsp;</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ขาดความยืดหยุ่น</strong>: ใช้เวลานานในการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่หรือปรับปรุงกระบวนการทำงานต่างๆ ทำให้สูญเสียโอกาสทางธุรกิจ&nbsp;</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>เชื่อมต่อกับระบบอื่นๆ</strong><strong> </strong><strong>ยาก</strong>: ไม่สามารถเชื่อมต่อกับระบบใหม่หรือ APIs ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสมัยใหม่&nbsp;</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย</strong>: ระบบเก่าที่ไม่ได้รับการอัปเดตมีช่องโหว่ด้านความปลอดภัย เสี่ยงต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์&nbsp;</li>
</ul>



<h5 class="wp-block-heading"><strong>2. การต่อต้านการเปลี่ยนแปลงจากภายในองค์กร&nbsp;</strong></h5>



<p>อีกหนึ่งในความท้าทายที่ทำให้ธุรกิจไม่ประสบความสำเร็จในการทรานส์ฟอร์มองค์กร มาจากแรงต้านการเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงานหรือการเปิดรับการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้งานจากภายในองค์กร โดยแรงต้านจากภายในมักเป็นอุปสรรคที่ท้าทายที่สุด เพราะมันไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยี แต่เป็นเรื่องของ mindset และวัฒนธรรมองค์กร&nbsp;</p>



<h5 class="wp-block-heading"><strong>ปัจจัยที่ทำให้เกิดการต่อต้าน&nbsp;</strong></h5>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>วัฒนธรรมองค์กรแบบดั้งเดิม</strong>: ความคุ้นเคยกับวิธีการทำงานเดิม และกลัวการเปลี่ยนแปลง พนักงานที่ทำงานมานานยึดติดกับกระบวนการเดิม&nbsp;</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ขาดความเข้าใจเกี่ยวกับผลลัพธ์จากการเปลี่ยนแปลง</strong>: พนักงานไม่เห็นภาพชัดเจนว่าการเปลี่ยนแปลงจะช่วยให้ทำงานได้ดีขึ้นอย่างไร ขาดการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ&nbsp;</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>กลัวการถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี</strong>: โดยเฉพาะจาก AI และ Automation พนักงานกังวลเรื่องความมั่นคงในการทำงาน&nbsp;</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>โครงสร้างองค์กรแบบ</strong><strong> Silo</strong>: แต่ละหน่วยงานทำงานแยกกันชัดเจน ไม่เห็นภาพรวมทั้งหมด ขาดการประสานงานข้ามแผนก&nbsp;</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ขาดการสนับสนุนจากผู้บริหาร</strong>: ทั้งผู้บริหารจากหลายส่วนที่ไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลง หรือไม่เข้าใจถึงความจำเป็นเร่งด่วน&nbsp;</li>
</ul>



<h5 class="wp-block-heading"><strong>3. การขาดการจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบ&nbsp;</strong></h5>



<p>ปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างมากจากแหล่งต่างๆ ที่รวมถึงอุปกรณ์ IoT ทำให้การจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลกลายเป็นความท้าทายสำคัญ หากขาดการจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบ รวมูลมาใชไปถึงการประมวลผลข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อนำข้อมูลไปวิเคราะห์ต่อ จะส่งผลให้ไม่สามารถนำข้อมูลที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งอาจทำให้เสียโอกาสในการให้บริการที่ตรงใจลูกค้าและการตัดสินใจทางธุรกิจที่แม่นยำ&nbsp;</p>



<h5 class="wp-block-heading"><strong>ความท้าทายด้านข้อมูล (5 V&#8217;s of Big Data):&nbsp;</strong></h5>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>Volume</strong>: ข้อมูลจาก IoT, social media, telematics ที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ทำให้ต้องการพื้นที่จัดเก็บและพลังประมวลผลมหาศาล&nbsp;</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>Variety</strong>: ข้อมูลที่หลากหลายรูปแบบ (structured, unstructured, semi-structured) ที่ต้องการวิธีจัดการต่างกัน&nbsp;</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>Velocity</strong>: ความต้องการประมวลผลข้อมูลแบบ real-time เพื่อตอบสนองลูกค้าได้ทันท่วงที&nbsp;</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>Veracity</strong>: ความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของข้อมูล ที่ต้องมีการตรวจสอบและทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>Value</strong>: การสกัด insights ที่มีคุณค่าจากข้อมูลมหาศาล เพื่อนำมาใช้ในการตัดสินใจทางธุรกิจ&nbsp;</li>
</ul>



<h5 class="wp-block-heading"><strong>ปัญหาที่พบบ่อย:&nbsp;</strong></h5>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ข้อมูลอยู่ใน</strong><strong> Silos </strong><strong>ต่างๆ</strong>: ไม่สามารถเชื่อมโยงกันได้ ทำให้ไม่เห็นภาพรวมของลูกค้า&nbsp;</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ขาด</strong><strong> Data Governance </strong><strong>และ</strong><strong> Data Quality Management</strong>: ไม่มีมาตรฐานในการจัดการข้อมูล&nbsp;</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ไม่มี</strong><strong> Single Source of Truth</strong>: ที่รวมศูนย์ที่เดียว ทำให้เกิดความสับสนและข้อมูลขัดแย้งกัน&nbsp;</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ขาดเครื่องมือและเทคโนโลยีที่เหมาะสม</strong>: ในการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง&nbsp;</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ประเด็นด้านความเป็นส่วนตัว</strong>: การจัดการเรื่องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล โดยเฉพาะการปฏิบัติตาม PDPA&nbsp;</li>
</ul>



<h5 class="wp-block-heading"><strong>4. ความซับซ้อนในการเชื่อมโยงหลายระบบ (Integration)&nbsp;</strong></h5>



<p>การมีระบบจากหลายผู้พัฒนา ที่สร้างขึ้นในช่วงเวลาต่างกัน ด้วยเทคโนโลยีที่แตกต่างกัน ทำให้การเชื่อมโยงหลายระบบเข้าด้วยกันในกระบวนการทำงานของธุรกิจกลายเป็นเรื่องที่ซับซ้อนอย่างยิ่ง เหมือนการต่อจิ๊กซอว์ที่ชิ้นส่วนมาจากหลายกล่อง ไม่ได้ถูกออกแบบให้เข้ากันตั้งแต่แรก&nbsp;</p>



<p>ด้วยเหตุนี้ เมื่อองค์กรต้องการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ หรือเชื่อมต่อระบบเข้ากับแพลตฟอร์มของพาร์ทเนอร์ การพัฒนาฟีเจอร์เหล่านั้นจึงกลายเป็นโปรเจกต์ใหญ่ที่ใช้เวลาและงบประมาณมหาศาล อีกทั้งบางครั้งความพยายามในการเชื่อมต่อกลับทำให้ระบบโดยรวมช้าลงหรือเสถียรน้อยลง&nbsp;</p>



<h5 class="wp-block-heading"><strong>ความท้าทายที่เกิดขึ้น&nbsp;</strong></h5>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ระบบที่หลากหลาย</strong>: มีระบบจำนวนมากจากหลาย vendors ที่ใช้เทคโนโลยีต่างกัน ทำให้การเชื่อมต่อเป็นเรื่องยาก&nbsp;</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>Data formats </strong><strong>ที่แตกต่าง</strong>: แต่ละระบบใช้รูปแบบข้อมูลที่ไม่เหมือนกัน ต้องทำ data transformation อย่างซับซ้อน&nbsp;</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>APIs </strong><strong>ที่จำกัด</strong>: ระบบเก่าหลายระบบไม่มี APIs หรือมีแต่จำกัด ทำให้ต้องสร้าง Middleware เพิ่มเติม เพื่อเชื่อมต่อสื่อสารระหว่างแอปพลิคชั่นหรือเครือข่ายต่างๆ&nbsp;&nbsp;</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ประเด็นด้านความปลอดภัย</strong>: ต้องรักษาความปลอดภัยในทุกจุดเชื่อมต่อ เพิ่มความซับซ้อนในการจัดการ&nbsp;</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ความเสี่ยงเรื่องประสิทธิภาพการทำงาน</strong>: การเชื่อมต่อหลายระบบอาจทำให้ประสิทธิภาพลดลง เกิดปัญหาคอขวดหรือเกิดความล่าช้าขึ้น&nbsp;</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>เทคโนโลยีสำคัญที่เป็นตัวเปลี่ยนเกมธุรกิจ&nbsp;</strong></h3>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="576" src="https://bluebik.com/wp-content/uploads/2025/10/Mockup2-TH-AI-Led-Enterprise-Trans.-4-Insurance-1024x576.png" alt="เทคโนโลยีสำคัญที่เป็นตัวเปลี่ยนเกมธุรกิจ" class="wp-image-7222" srcset="https://bluebik.com/wp-content/uploads/2025/10/Mockup2-TH-AI-Led-Enterprise-Trans.-4-Insurance-1024x576.png 1024w, https://bluebik.com/wp-content/uploads/2025/10/Mockup2-TH-AI-Led-Enterprise-Trans.-4-Insurance-300x169.png 300w, https://bluebik.com/wp-content/uploads/2025/10/Mockup2-TH-AI-Led-Enterprise-Trans.-4-Insurance-768x432.png 768w, https://bluebik.com/wp-content/uploads/2025/10/Mockup2-TH-AI-Led-Enterprise-Trans.-4-Insurance-1536x864.png 1536w, https://bluebik.com/wp-content/uploads/2025/10/Mockup2-TH-AI-Led-Enterprise-Trans.-4-Insurance.png 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h5 class="wp-block-heading"><strong>1. Artificial Intelligence (AI) และ Machine Learning&nbsp;</strong></h5>



<p>Artificial Intelligence (AI) และ Machine Learning (ML) กำลังพลิกกระบวนการทำงานเกือบทุกด้านของธุรกิจประกัน ตั้งแต่การประเมินความเสี่ยงไปจนถึงการให้บริการลูกค้า ด้วยความสามารถในการประมวลผลข้อมูลมหาศาลและการเรียนรู้จากประสบการณ์&nbsp;</p>



<h5 class="wp-block-heading"><strong>Use Cases ที่น่าสนใจ&nbsp;</strong></h5>



<p><strong>Intelligent Underwriting:</strong> ธุรกิจประกันชีวิตชั้นนำสามารถประเมินความเสี่ยงและออกกรมธรรม์ได้ภายในเวลาอันสั้น จากเดิมที่ใช้เวลาหลายสัปดาห์ โดยนำ AI มาใช้วิเคราะห์ข้อมูลจากหลายแหล่ง ทั้งประวัติสุขภาพ ข้อมูลจาก wearables พฤติกรรมการใช้ชีวิต และข้อมูลอื่นๆ ที่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล เพื่อประเมินความเสี่ยงได้แม่นยำขึ้น&nbsp;</p>



<p><strong>Smart Claims Processing:</strong> เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ลูกค้าสามารถถ่ายรูปความเสียหายของรถด้วยมือถือ แล้ว AI สามารถประเมินความเสียหายและอนุมัติการซ่อมได้ทันที ซึ่งสามารถลดระยะเวลาการเคลมจากหลายวันเหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง พร้อมตรวจจับการฉ้อโกงด้วยการวิเคราะห์รูปแบบการเคลมที่ผิดปกติติ ช่วยประหยัดค่าสินไหมที่เกิดจากการฉ้อโกงได้อย่างมีนัยสำคัญ&nbsp;</p>



<p><strong>AI-Powered Customer Service:</strong> Chatbot ที่ใช้ Natural Language Processing สามารถตอบคำถามส่วนใหญ่ของลูกค้าได้โดยไม่ต้องส่งต่อให้พนักงาน รวมถึงให้บริการได้ตลอดเวลาในหลายภาษา และเรียนรู้จากทุกการสนทนาเพื่อตอบคำถามให้เป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น&nbsp;&nbsp;</p>



<h5 class="wp-block-heading"><strong>2. Internet of Things (IoT)&nbsp;</strong></h5>



<p>IoT กำลังเปลี่ยนโฉมธุรกิจประกันจากการ &#8220;จ่ายเมื่อเกิดเหตุ&#8221; เป็น &#8220;ป้องกันก่อนเกิดเหตุ&#8221; ด้วยข้อมูล real-time จากอุปกรณ์ต่างๆ ที่ช่วยให้ทั้งบริษัทประกันและลูกค้าจัดการความเสี่ยงได้ดีขึ้น&nbsp;</p>



<h5 class="wp-block-heading"><strong>Use Cases ที่น่าสนใจ&nbsp;</strong></h5>



<p><strong>Connected Car Insurance:</strong> อุปกรณ์ Telematics ในรถยนต์สามารถติดตามพฤติกรรมการขับขี่ เช่น ความเร็ว การเบรก การเร่ง การเลี้ยว ระยะทางที่ขับ และช่วงเวลาที่ขับ ข้อมูลเหล่านี้นำมาคำนวณเบี้ยประกันแบบ personalized ผู้ขับขี่ปลอดภัยได้ส่วนลดอย่างมาก และบริษัทประกันลดอุบัติเหตุได้อย่างเห็นได้ชัด&nbsp;</p>



<p><strong>Smart Home Protection:</strong> เซนเซอร์ตรวจจับน้ำรั่วสามารถปิดวาล์วน้ำอัตโนมัติเมื่อพบการรั่วซึม ป้องกันความเสียหายจากน้ำท่วม หรือระบบตรวจจับควันและความร้อนที่เชื่อมต่อกับหน่วยดับเพลิง ช่วยลดความเสียหายจากเหตุไฟไหม้&nbsp;</p>



<p><strong>Health &amp; Wellness Monitoring:</strong> นาฬิกาอัจฉริยะที่สามารถติดตามข้อมูลสุขภาพของผู้ทำประกัน เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ การนอน การออกกำลังกาย ทำให้บริษัทประกันสามารถนำข้อมูลไปคิดแคมเปญให้สิทธิประโยชน์เพิ่มเติม เช่น ส่วนลดค่าเบี้ยประกัน voucher ฟิตเนส หรือ points สะสม เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้ารักษาสุขภาพ&nbsp;</p>



<h5 class="wp-block-heading"><strong>3. Cloud Infrastructure&nbsp;</strong></h5>



<p>ระบบคลาวด์ (Cloud Infrastructure) ไม่ใช่แค่การย้ายระบบไปไว้บนอินเทอร์เน็ต แต่เป็นการปลดล็อกศักยภาพในการพัฒนาและให้บริการที่รวดเร็ว ยืดหยุ่น และคุ้มค่า&nbsp;</p>



<h5 class="wp-block-heading"><strong>Use Cases ที่น่าสนใจ&nbsp;</strong></h5>



<p><strong>Elastic Scalability:</strong> ระบบ Cloud สามารถปรับลดขนาดเพื่อให้รองรับการใช้งานในแต่ละช่วงเวลา เช่น ช่วงเวลาที่มียอดซื้อประกันพุ่งสูงขึ้นอย่างมากในช่วงเหตุการณ์พิเศษ โดยระบบสามารถขยายตัวรองรับการทำธุรกรรมได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทุนซื้อเซิร์ฟเวอร์เพิ่ม และลดขนาดลงเมื่อความต้องการใช้งานลดลง ทำให้ธุรกิจควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น&nbsp;</p>



<p><strong>Disaster Recovery in Minutes:</strong> แทนที่จะต้องลงทุนสร้าง Data Center สำรองด้วยงบประมาณมหาศาล ระบบ Cloud สามารถช่วยสำรองและกู้คืนข้อมูลได้ภายในเวลาอันสั้นเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ส่งผลบริษัทประกันสามารถให้บริการต่อเนื่องแม้ในช่วงเกิดเหตุไม่คาดคิด&nbsp;</p>



<p><strong>Innovation Sandbox:</strong> ทีมพัฒนาสามารถทดลองไอเดียใหม่ๆ บน Cloud ได้ทันที ไม่ต้องรอการอนุมัติซื้อฮาร์ดแวร์ใช้เวลาสร้าง Prototype จากเดิมหลายเดือนเหลือเพียงไม่กี่สัปดาห์ และถ้าไม่สำเร็จก็ปิดทิ้งได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายมาก&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>AI-led Enterprise Digital Transformation ผลักดันอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ&nbsp;</strong></h4>



<p>AI-led Enterprise Digital Transformation ไม่ใช่แค่การนำ AI มาใช้ในบางส่วนขององค์กร แต่เป็นการปรับเปลี่ยนองค์กรทั้งระบบโดยมี AI เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อน เพื่อสร้างความสามารถใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ทั้ง Business Agility, Operational Efficiency และ Customer-Centric Innovation&nbsp;</p>



<h5 class="wp-block-heading"><strong>การวางรากฐานที่แข็งแกร่ง&nbsp;</strong></h5>



<p>การทรานส์ฟอร์มที่่ประสบความสำเร็จเริ่มจากการวางรากฐานที่มั่นคง ไม่ใช่การ รีบนำเทคโนโลยีมาใช้โดยไม่มีทิศทางชัดเจน โดยควรครอบคลุมทั้งในแง่&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>Data Foundation:</strong> สร้างระบบจัดการข้อมูลที่เป็นมาตรฐาน มีกรอบการกำกับดูแลด้านข้อมูล (Data Governance) ที่ชัดเจน และคุณภาพด้านข้อมูล (Data Quality) ที่น่าเชื่อถือ เพราะเทคโนโลยี AI จะทำงานได้ดีก็ต่อเมื่อข้อมูลที่ป้อนเข้าไปมีคุณภาพ ตามหลักการ &#8220;Garbage in, garbage out&#8221;&nbsp;&nbsp;</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>Technology Infrastructure:</strong> วางโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการเติบโตของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างระบบคลาวด์ที่ยืดหยุ่นต่อการใช้งาน เอื้อต่อการเชื่อมต่อกับหลายระบบ รวมถึงมีการดูแลด้านความปลอดภัยที่รัดกุม&nbsp;</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>People &amp; Culture:</strong> พัฒนาคนและวัฒนธรรมองค์กรไปพร้อมกับเทคโนโลยี สร้าง Digital Mindset ให้ทุกคนในองค์กร ไม่ใช่แค่ฝ่าย IT มีการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะพนักงานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมการทดลองและยอมรับความล้มเหลว</li>
</ul>



<h5 class="wp-block-heading"><strong>การขับเคลื่อนด้วย AI อย่างมีกลยุทธ์&nbsp;</strong></h5>



<p>AI ต้องถูกนำมาใช้อย่างมีเป้าหมายและสอดคล้องกับกลยุทธ์ธุรกิจ ไม่ใช่ใช้ เพราะคนอื่นใช้ โดยควรเริ่มต้นจาก&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>Start with High-Impact Use Cases:</strong> เริ่มจากการวางกลยุทธ์การนำเทคโนโลยีไปใช้งาน เพื่อคิด Use case ที่จะสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง เช่น การลดระยะเวลาการเคลมประกัน การปรับปรุงการให้บริการลูกค้า หรือการเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการทำงานภายใน เป็นต้น&nbsp;&nbsp;</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>Scale Gradually:</strong> ขยายขอบเขตการใช้เทคโนโลยีแบบค่อยเป็นค่อยไป และเลือกที่เหมาะสม สอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กรมากที่สุด&nbsp;</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>Measure and Optimize:</strong> วัดผลอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งผลลัพธ์ในเชิงธุรกิจ เช่น ROI การลดต้นทุน หรือการเติบโตของรายได้ รวมถึงผลลัพธ์ในเชิงการดำเนินงาน เช่น อัตราการประมวลผล ความถูกต้องของกระบวนการต่างๆ หรือความพึงพอใจของลูกค้า แล้วนำข้อมูลเหล่านี้ไปปรับปรุงให้ดีขึ้น&nbsp;</li>
</ul>



<h5 class="wp-block-heading"><strong>การสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน</strong></h5>



<p>การทรานส์ฟอร์มองค์กร หรือ Digital Transformation ไม่ใช่โปรเจกต์ที่มีจุดสิ้น สุด แต่เป็นการเดินทางอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>Partnership Ecosystem:</strong> ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ด้านเทคโนโลยี สถาบันการศึกษา และแม้แต่บริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกัน เพื่อสร้างนวัตกรรมร่วมกัน&nbsp;</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>Continuous Innovation:</strong> สร้างวัฒนธรรมนวัตกรรมในองค์กร จัดตั้ง innovation lab ส่งเสริมให้พนักงานเสนอไอเดียใหม่ๆ ทดลองเทคโนโลยีใหม่อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>Future-Ready Capabilities:</strong> เตรียมพร้อมสำหรับอนาคต ติดตามเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น Quantum Computing, Metaverse, Generative AI พัฒนาความสามารถที่จะปรับตัวได้เร็วเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง&nbsp;</li>
</ul>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>Enterprise Transformation พลิกความท้าทายให้กลายเป็นโอกาส&nbsp;</strong></h4>



<p>ธุรกิจประกันภัยที่จะอยู่รอดและเติบโตในอนาคตคือธุรกิจที่สามารถทรานส์ฟอร์มตัวเองได้สำเร็จ การเปลี่ยนแปลงอาจดูน่ากลัวและท้าทาย แต่ความเสี่ยงของการไม่เปลี่ยนแปลงนั้นมากกว่า&nbsp;</p>



<p>AI-led Digital Transformation สามารถพลิกความท้าทายให้กลายเป็นโอกาส ไม่ว่าจะเป็น&nbsp;&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ความสามารถในการแข่งขัน</strong> ที่เหนือกว่าคู่แข่งแบบดั้งเดิม&nbsp;</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ประสิทธิภาพการดำเนินงาน</strong> ที่ดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด&nbsp;</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ความพึงพอใจของลูกค้า</strong> ที่สูงขึ้นจากบริการที่รวดเร็วและปรับแต่งให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละราย&nbsp;</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ความสามารถในการสร้างนวัตกรรม</strong> ที่ตอบโจทย์ตลาดได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ความยั่งยืนทางธุรกิจ</strong> ในระยะยาว&nbsp;</li>
</ul>



<p>การเดินทางอาจยาวนานและเต็มไปด้วยอุปสรรค แต่ด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน กลยุทธ์ที่เหมาะสม และความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนแปลง ธุรกิจประกันภัยสามารถก้าวสู่การเป็นผู้นำในยุคดิจิทัลได้อย่างแน่นอน&nbsp;</p>



<p>คำถามสำคัญไม่ใช่ &#8220;จะทรานส์ฟอร์มหรือไม่&#8221; แต่คือ &#8220;จะเริ่มเมื่อไหร่ และอย่างไร&#8221; เพราะในโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็วขนาดนี้ ผู้ที่เริ่มก่อนย่อมได้เปรียบเสมอ&nbsp;</p>



<p>บลูบิค เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงที่ประสบความสำเร็จ ต้องมาจากการผสานเทคโนโลยีเข้ากับแนวคิดทางธุรกิจอย่างมีกลยุทธ์ ในฐานะบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำด้าน Enterprise Transformation ระดับภูมิภาค เราพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงขององค์กรคุณ ด้วยบริการแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่ Big Data &amp; AI, Cybersecurity, Digital Excellence, ERP Implementation ไปจนถึง Management Consulting และ Strategic PMO&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>เพราะการตัดสินใจวันนี้ อาจเป็นเข็มทิศที่กำหนดธุรกิจในอนาคต หากองค์กรคุณกำลังมองหาพันธมิตรที่พร้อมช่วยนำพาองค์กรไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ&nbsp; บลูบิค ยินดีเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางนั้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>📩 ติดต่อ Bluebik เพื่อค้นหาแนวทางที่เหมาะสมสำหรับองค์กรของคุณ&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>✉ hello@bluebik.com&nbsp; ☎ 02-636-7011&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://bluebik.com/th/insight/enterprisetransformation_insurance/">AI-led Enterprise Digital Transformation กุญแจฝ่าความท้าทาย สร้างความได้เปรียบให้ธุรกิจประกันภัย </a> appeared first on <a href="https://bluebik.com/th/">Bluebik</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>3 แนวทางการเร่งเสริมแกร่งให้ธุรกิจประกันภัย สู่การเป็น Innovative Insurer </title>
		<link>https://bluebik.com/th/insight/insurers-speed-up-to-gain-a-competitive-edge-in-becoming-innovative-insurers/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[naphaphat@readyplanet.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 25 Sep 2020 09:41:00 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">http://https//bluebik.com/?post_type=insight&#038;p=1552</guid>

					<description><![CDATA[<p>แนวทางการเร่งเสริมแกร่งให้ธุรกิจประกันภัย ด้วยการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้อย่างมีกลยุทธ์ พร้อมสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจผ่านการหาพันธมิตร</p>
<p>The post <a href="https://bluebik.com/th/insight/insurers-speed-up-to-gain-a-competitive-edge-in-becoming-innovative-insurers/">3 แนวทางการเร่งเสริมแกร่งให้ธุรกิจประกันภัย สู่การเป็น Innovative Insurer </a> appeared first on <a href="https://bluebik.com/th/">Bluebik</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดในธุรกิจประกันภัย ซึ่งได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปในยุคดิจิทัล ทำให้หลายองค์กรในภาคอุตสาหกรรมต่างเร่งค้นหาแนวทาง เพื่อปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ&nbsp;</p>



<p>อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ทุกองค์กรจะประสบความสำเร็จในการดำเนินการดังกล่าว เนื่องด้วยข้อจำกัดเรื่องต้นทุน ศักยภาพของบุคลากร และข้อจำกัดในด้านอื่น ๆ ดังนั้น การปรับใช้เทคโนโลยีอย่างมีกลยุทธ์จึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นต้องทำ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจขยายตัวอย่างยั่งยืน และสามารถขึ้นเป็นผู้นำในภาคอุตสาหกรรมได้&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" width="1000" height="667" src="https://bluebik.com/wp-content/uploads/2025/08/Insight78_1.avif" alt="" class="wp-image-6363" style="width:586px;height:auto" srcset="https://bluebik.com/wp-content/uploads/2025/08/Insight78_1.avif 1000w, https://bluebik.com/wp-content/uploads/2025/08/Insight78_1-300x200.jpg 300w, https://bluebik.com/wp-content/uploads/2025/08/Insight78_1-768x512.jpg 768w, https://bluebik.com/wp-content/uploads/2025/08/Insight78_1-900x600.jpg 900w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></figure>
</div>


<h2 class="wp-block-heading">3 แนวทางสู่การขึ้นเป็นผู้นำในธุรกิจประกันภัย </h2>



<p>สำหรับกุญแจสู่การขึ้นเป็นผู้นำในธุรกิจประกันภัย อย่างการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจ หรือ Business Ecosystem เพื่อให้สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยธุรกิจประกันควรดำเนินการผ่าน 3 แนวทาง ดังนี้&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">1. เชื่อมต่อกับเครือข่ายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ </h3>



<p>การแสวงหาพันธมิตรจะช่วยให้ธุรกิจประกัน สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการได้อย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยสามารถนำเสนอกรมธรรม์ประเภทใหม่ ๆ จากกรมธรรม์ประกันชีวิตเพียงอย่างเดียว สู่กรมธรรม์แบบครอบคลุมทุกด้าน ตั้งแต่ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ไปจนถึงประกันการเดินทาง ตัวอย่างเช่น กรณี Allianz ที่จับมือเป็นพันธมิตรกับ Baidu บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของจีน ทำให้ Allianz สามารถใช้ข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคออนไลน์จาก Baidu นำเสนอประกันการเดินทางให้กับผู้ที่ซื้อตั๋วเครื่องบิน&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้ การสร้างเครือข่ายพันธมิตรยังช่วยขยายช่องทางการเข้าถึงลูกค้า จากเดิมที่เข้าถึงผ่านช่องทางของบริษัทเพียงอย่างเดียวไปสู่แพลตฟอร์มอื่น ๆ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด ได้แก่ บริษัทเมืองไทยประกันชีวิตที่จับมือเป็นพันธมิตรกับ Shopee แพลตฟอร์ม E-Commerce รายใหญ่ เพื่อจำหน่ายกรมธรรม์ประกันสุขภาพออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม ถือเป็นการร่วมมือที่ได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย กล่าวคือ เมืองไทยประกันชีวิตมีช่องทางการขายผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นผ่านแพลตฟอร์มของ Shopee ด้าน Shopee สามารถขยายฐานผู้ใช้งานจากลูกค้าของเมืองไทยประกันชีวิตได้&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">2. ลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีประกันภัย (InsurTech) </h3>



<p>การเข้าไปลงทุนในบริษัท InsurTech ที่มีความพร้อมในด้านเทคโนโลยี จะช่วยให้บริษัทประกันร่นระยะเวลาในการพัฒนาระบบขึ้นมาใหม่ เนื่องจากบริษัทฯ จะสามารถนำระบบและเทคโนโลยีของธุรกิจ InsurTech ที่มีการพัฒนามาระดับหนึ่งไปปรับใช้และพัฒนาต่อได้&nbsp;</p>



<p>ตัวอย่างเช่น กรณีบริษัท Ping An ผู้ดำเนินธุรกิจประกันภัยรายใหญ่ของจีน ที่เข้าไปลงทุนในบริษัท InsurTech หลายแห่ง ทั้ง Lufax แพลตฟอร์มบริหารการเงินส่วนบุคคลออนไลน์ และ OneConnect ฟินเทคที่เชี่ยวชาญด้านบล็อกเชนและ Big Data ทำให้ Ping An สามารถสร้างระบบนิเวศธุรกิจของตัวเองได้ ซึ่งเป็นการสร้างเครือข่ายให้ผลิตภัณฑ์และบริการต่าง ๆ เชื่อมโยงกัน และใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยสร้างห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ที่เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัท&nbsp;</p>



<p>อย่างการใช้ Artificial Intelligence (AI) หรือ ปัญญาประดิษฐ์ เข้ามาช่วยทำให้ระบบการดำเนินงานต่าง ๆ เป็นไปอย่างอัตโนมัติ รวมถึงการนำระบบ Cloud Computing เข้ามาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของระบบ และสามารถรองรับฐานข้อมูลของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">3. ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาระบบ (Research and Development) </h3>



<p>การลงทุนพัฒนาระบบและนวัตกรรมมีความสำคัญ เพื่อก่อให้เกิดระบบนิเวศทางธุรกิจที่ยั่งยืนได้ในระยะยาว เนื่องจากจะทำให้องค์กรมีเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างเหมาะสม&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ตัวอย่างเช่น บริษัท Hanwha ธุรกิจประกันภัยชั้นนำในเกาหลีใต้ ที่ทุ่มเงินลงทุนเพื่อพัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics System) เพื่อพยายามทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้าในเชิงลึก จนสามารถพัฒนาสินค้าและบริการออกมาได้ตรงใจลูกค้ามากที่สุด เช่น แอปพลิเคชันของบริษัทที่ช่วยแนะนำผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับความต้องการของลูกค้าในขณะนั้น รวมถึงพัฒนาระบบลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ที่มีการเข้ารหัสความปลอดภัยแบบรัดกุม เพื่อให้ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้สะดวกขึ้นผ่านโทรศัพท์มือถือ&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" width="1000" height="667" src="https://bluebik.com/wp-content/uploads/2025/08/Insight78_2.avif" alt="" class="wp-image-6365" style="width:608px;height:auto" srcset="https://bluebik.com/wp-content/uploads/2025/08/Insight78_2.avif 1000w, https://bluebik.com/wp-content/uploads/2025/08/Insight78_2-300x200.jpg 300w, https://bluebik.com/wp-content/uploads/2025/08/Insight78_2-768x512.jpg 768w, https://bluebik.com/wp-content/uploads/2025/08/Insight78_2-900x600.jpg 900w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></figure>
</div>


<h2 class="wp-block-heading">3 แนวทางเตรียมความพร้อมสร้างความได้เปรียบและเสริมแกร่งให้ธุรกิจประกันภัย </h2>



<p>นอกจากการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจแล้ว การเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้านที่มีความสัมพันธ์กับเทคโนโลยี ยังมีความสำคัญต่อธุรกิจประกันภัยเช่นกัน โดยแนวทางดังกล่าวแบ่งออกเป็น 3 ด้านหลัก ดังนี้&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">1. ทลายขีดจำกัดของธุรกิจ (Boundaryless) </h3>



<p>ด้วยการพยายามลดช่องว่างและข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี ควรมีการเตรียมพร้อมหากต้องเพิ่มการเชื่อมต่อระบบในอนาคต เพื่อพัฒนาให้ระบบการดำเนินงานต่าง ๆ มีความคล่องตัวมากขึ้นและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ เช่น การสร้างระบบ Open API ที่เป็นการเปิดช่องทางการเชื่อมต่อ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างระบบต่าง ๆ ทำให้การเข้าถึงข้อมูลทำได้ง่ายขึ้น หรือการวางระบบแบบ Micro Service ที่เป็นการแยกระบบต่าง ๆ ออกมาเป็นส่วนย่อย ทำให้สามารถแก้ไขหรือพัฒนาระบบส่วนนั้นได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">2. ปรับธุรกิจให้ยืดหยุ่น (Adaptable) </h3>



<p>เพื่อให้สามารถรองรับความต้องการทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปได้ตลอดเวลา เช่น การใช้ Cloud Computing มาประยุกต์ใช้ในองค์กร เพื่อให้สามารถปรับลดหรือเพิ่มปริมาณการใช้งานให้เหมาะสมได้ในอนาคต&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">3. ปรับวิธีคิดของคนในองค์กรให้พร้อมรับกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ (Radically Human) </h3>



<p>โดยนำหลักคิดที่ใช้กันอย่างแพร่หลายคือ Agile Mindset ซึ่งหมายถึง ความสามารถในการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากการที่จะนำเทคโนโลยีมาใช้กับหลาย ๆ ส่วนในองค์กรนั้น ต้องอาศัยความรวดเร็วและต้องมีแนวคิดที่เปิดกว้าง ดังนั้นวิธีคิดของคนในองค์กรจึงสำคัญไม่น้อยไปกว่าเรื่องของเทคโนโลยีหรือระบบ&nbsp;</p>



<p>การเตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยีและปรับธุรกิจอย่างมีกลยุทธ์ คือ หัวใจสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจสามารถขึ้นเป็นผู้นำในธุรกิจประกันภัยท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากอุตสาหกรรมประกันมีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วมาก หากไม่วางแผนไว้ตั้งแต่วันนี้ ก็ยากที่จะตามผู้เล่นรายอื่นได้ทัน&nbsp;</p>



<p>แน่นอนว่า การวางแผนให้เหมาะสมกับองค์กรนั้น ต้องทบทวนเพื่อประเมินศักยภาพองค์กรของตนเองด้วย เพื่อทำให้ได้ทราบแน่ชัดว่า จุดเด่น และช่องว่างขององค์กรคือสิ่งใด และเทคโนโลยีประเภทไหนที่ควรนำมาปรับใช้ เพื่อเติมเต็มส่วนที่ขาดและจะได้เลือกเทคโนโลยีนั้น ๆ มาเป็นส่วนผสมในการสร้างนวัตกรรมและมอบให้กับลูกค้า เพื่อตอบสนองต่อความต้องการให้ดีที่สุด&nbsp;</p>



<p>สำหรับธุรกิจที่ต้องการวางกลยุทธ์ด้าน Data และเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและสร้างการเติบโตให้องค์กร บลูบิค (Bluebik) ในฐานะที่ปรึกษาชั้นนำผู้ให้บริการดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันครบวงจร มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้าน <a href="https://bluebik.com/service/big-data-advanced-analytics" target="_blank" rel="noreferrer noopener"><strong>Big Data &amp; Advanced Analytics</strong></a><strong> </strong>ที่สามารถให้บริการโซลูชันครบวงจร และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง ตั้งแต่ระดับกลยุทธ์ไปจนถึงการนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับองค์กร ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามหรือปรึกษาได้ที่ <a href="mailto:hello@bluebik.com" target="_blank" rel="noreferrer noopener">hello@bluebik.com</a> หรือโทรศัพท์ 02-636-7011&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://bluebik.com/th/insight/insurers-speed-up-to-gain-a-competitive-edge-in-becoming-innovative-insurers/">3 แนวทางการเร่งเสริมแกร่งให้ธุรกิจประกันภัย สู่การเป็น Innovative Insurer </a> appeared first on <a href="https://bluebik.com/th/">Bluebik</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
