Cybersecurity

ถอดรหัส Penetration Testing เสริมภูมิคุ้มกันไซเบอร์ยุค Cloud-First 

เจาะลึก Penetration Testing เพิ่ม Cyber Resilience ให้ Cloud และ On-Premise แยกความต่าง พร้อมแนวทางทดสอบระบบอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

7 มกราคม 2569

By Bluebik

2 Mins Read

Penetration Testing กระบวนการสร้างเกราะป้องกันเชิงรุก ยกระดับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้กับระบบ Cloud และ On-Premise 

Penetration testing

กระแสการปรับใช้เทคโนโลยีที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ธุรกิจพึ่งพา Cloud และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และส่งผลให้แผนการตั้งรับภัยคุกคามไซเบอร์แบบเดิมอาจไม่เพียงพอต่อการสร้างความมั่นคงปลอดภัยในยุคดิจิทัล 

Penetration Testing หรือการทดสอบเจาะระบบเชิงรุก ทำหน้าที่ค้นหา “จุดอ่อนที่ซ่อนอยู่” ให้พบก่อนผู้ไม่หวังดี พร้อมทดสอบความแข็งแรงของระบบเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยคุกคามอยู่เสมอ ถือเป็นหัวใจของ Cyber Resilience ที่ช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับโครงสร้างพื้นฐาน ทั้ง Cloud Computing และ On-Premise 

Penetration Testing บน Cloud และ On-Premise ต่างกันอย่างไร 

เมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้าและภัยคุกคามพัฒนาควบคู่กันอย่างต่อเนื่อง องค์กรจำเป็นต้องประเมินความเสี่ยงในโครงสร้างพื้นฐานทั้งระบบ Cloud ซึ่งต้องบริหารความเสี่ยงภายใต้ Shared Responsibility Model และระบบ On-Premise ที่องค์กรควบคุมเองทั้งหมด ซึ่ง Penetration Testing จึงเป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยลดช่องว่างการป้องกัน (Security Gap) และสร้างความเชื่อมั่นให้ระบบไอทีทำงานได้อย่างต่อเนื่องและยืดหยุ่น 

บทความนี้จะพาไปสำรวจความแตกต่างของ Penetration Testing บนระบบ Cloud และ On-Premise ในมุมของกระบวนการ ความท้าทาย และปัจจัยสำคัญที่องค์กรต้องคำนึงถึง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันไซเบอร์ที่แข็งแรงในยุค Cloud-First 

Penetration Testing บนระบบ On-Premise 

Penetration testing

สถาปัตยกรรมแบบ On-Premise คือระบบที่องค์กรติดตั้งและบริหารจัดการด้วยตนเองในทุกชั้น ตั้งแต่เซิร์ฟเวอร์ เครือข่าย ไปจนถึงการกำกับดูแลด้านความปลอดภัย ทำให้องค์กรมีอำนาจควบคุมทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ได้อย่างเต็มรูปแบบ 

การทดสอบเจาะระบบใน On-Premise มุ่งประเมินช่องโหว่ในองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ 

  • • Network Testing: ตรวจสอบความปลอดภัยของเครือข่าย เช่น การสแกนพอร์ต และการจำลองการโจมตีแบบ Man-in-the-Middle เพื่อประเมินความเสี่ยงในการสื่อสารภายในระบบ 
  • • Server & Hardware Testing: ประเมินการตั้งค่าระบบปฏิบัติการ การเข้าถึงที่ไม่ได้รับอนุญาต และการป้องกันทางกายภาพของเซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์เครือข่าย 
  • • Application Testing: ทดสอบเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน และซอฟต์แวร์ภายใน เพื่อค้นหาช่องโหว่ เช่น SQL Injection และ Cross-Site Scripting (XSS) 

แม้องค์กรจะสามารถควบคุมข้อมูลและระบบได้อย่างครบถ้วนในโมเดล On-Premise แต่จำเป็นต้องรองรับต้นทุนด้านบุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน และภาระงานด้านการดูแลระบบทั้งหมดด้วยตนเอง 

Penetration Testing บนระบบ Cloud 

แม้ Penetration Testing จะมีเป้าหมายเดียวกันในการค้นหาช่องโหว่ด้านความปลอดภัย แต่การทดสอบบนระบบ Cloud มีลักษณะเฉพาะที่ต่างจาก On-Premise อย่างชัดเจน เนื่องจากองค์กรต้องปฏิบัติตามนโยบายและข้อกำหนดของผู้ให้บริการ Cloud เช่น AWS, Google Cloud และ Microsoft Azure ซึ่งมักจำกัดการเข้าถึงชั้นโครงสร้างพื้นฐานระดับล่าง เช่น Hypervisor หรือ Infrastructure Layer 

ก่อนเริ่มการทดสอบ องค์กรจำเป็นต้องขออนุญาตจากผู้ให้บริการ Cloud และประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อผู้ใช้งานรายอื่นที่อยู่ในสภาพแวดล้อมร่วมกัน นอกจากนี้ ยังต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านกฎหมายและความเป็นส่วนตัว เช่น PDPA เพื่อให้แน่ใจว่าการทดสอบไม่ละเมิดสิทธิ์ของข้อมูลหรือสร้างความเสี่ยงเกินควบคุม 

ข้อดีของการทำ Penetration Testing บนระบบ Cloud คือองค์กรสามารถขยายขอบเขตการทดสอบได้อย่างรวดเร็ว ยืดหยุ่น และคุ้มค่า ด้วยการใช้เครื่องมือเฉพาะทาง เช่น ScoutSuite, Pacu และ CloudSploit ซึ่งออกแบบมาเพื่อตรวจสอบและประเมินความปลอดภัยในสภาพแวดล้อม Cloud โดยตรง 

ตารางเปรียบเทียบ Penetration Testing: On-Premise vs Cloud 

Penetration testing

ความท้าทายและข้อพิจารณาสำหรับการทดสอบบน Cloud

Penetration testing

Penetration Testing บน Cloud มาพร้อมกับความท้าทายเฉพาะที่องค์กรต้องคำนึงถึง เช่น 

  • ข้อจำกัดจากผู้ให้บริการ: ต้องได้รับอนุญาตก่อนทำการทดสอบ 
  • การประสานงานกับผู้ให้บริการ: เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อผู้ใช้รายอื่น 
  • การปฏิบัติตามกฎหมาย: เช่น การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) 
  • การใช้เครื่องมือที่เหมาะสม: ต้องเลือกเครื่องมือที่รองรับสถาปัตยกรรม Cloud โดยเฉพาะ 

การเข้าใจข้อจำกัดเหล่านี้จะช่วยให้องค์กรสามารถวางแผนและดำเนินการทดสอบได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และสอดคล้องกับมาตรฐานของผู้ให้บริการ Cloud 

ประเภทและขั้นตอนการทำ Penetration Testing 

การทดสอบเจาะระบบทั้ง Cloud และ On-Premise จำแนกตามระดับข้อมูลที่ผู้ทดสอบได้รับออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ 

  1.  Black Box Testing: ผู้ทดสอบไม่มีข้อมูลล่วงหน้า จำลองการโจมตีจากภายนอก 
  1.  White Box Testing: ผู้ทดสอบมีข้อมูลเชิงลึก เช่น โครงสร้างเครือข่าย หรือซอร์สโค้ด 
  1. Gray Box Testing: ผู้ทดสอบมีข้อมูลบางส่วน เช่น บัญชีผู้ใช้ทั่วไป 

ขั้นตอนมาตรฐานมีทั้งหมด 5 ขั้นตอน ได้แก่ 

  1. Reconnaissance: รวบรวมข้อมูลเบื้องต้น เช่น DNS, IP และบริการที่เปิดใช้งาน 
  1. Identification: วิเคราะห์และระบุช่องโหว่ที่อาจเกิดขึ้น 
  1. Exploitation: ใช้ช่องโหว่ที่ตรวจพบเพื่อเข้าถึงระบบ 
  1. Post-exploitation: ประเมินผลกระทบจากการโจมตี เช่น การยกระดับสิทธิ์หรือการเคลื่อนที่ภายในระบบ 
  1. Reporting: สรุปผลการทดสอบและเสนอแนวทางแก้ไขอย่างละเอียด 

แนวทางที่เหมาะสมสำหรับการทดสอบระบบ (Best Practices) 

Penetration testing

เพื่อให้ Penetration Testing มีประสิทธิภาพสูงสุด องค์กรควรปฏิบัติตามแนวทางดังนี้ 

  • ใช้เครื่องมือที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม เช่น Nmap สำหรับ On-Premise และ Pacu สำหรับ Cloud 
  • ปฏิบัติตามนโยบายของผู้ให้บริการ Cloud เพื่อหลีกเลี่ยงการละเมิด 
  • จัดทำรายงานผลอย่างละเอียดเพื่อใช้วางแผนปรับปรุงความปลอดภัยในระยะยาว 

การปฏิบัติตามแนวทางเหล่านี้ช่วยให้องค์กรสามารถประเมินและเสริมเกราะป้องกันทางไซเบอร์ได้อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง 

Penetration Testing = จุดเริ่มต้นของความแข็งแกร่ง 

Penetration Testing บน Cloud และ On-Premise มีความแตกต่างที่ชัดเจน องค์กรควรเลือกแนวทางที่เหมาะสมตามระดับการควบคุม ความยืดหยุ่น และทรัพยากรที่มี หากต้องการความยืดหยุ่นและลดภาระโครงสร้างพื้นฐาน Cloud อาจตอบโจทย์ ในขณะที่ On-Premise เหมาะกับองค์กรที่ต้องการควบคุมระบบอย่างสมบูรณ์ 

ท้ายที่สุดแล้ว ความมั่นคงทางไซเบอร์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเครื่องมือเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความเข้าใจจุดเปราะบางของระบบ และความพร้อมในการรับมือก่อนภัยจะมาถึง เพราะ “การรู้ก่อน” คือหัวใจของความแข็งแกร่งในยุคดิจิทัล 

สำหรับองค์กรที่ต้องการยกระดับการป้องกันภัยไซเบอร์อย่างครบวงจร  

บลูบิค ไททันส์ พร้อมให้บริการ Penetration Testing ทั้งบน Cloud และ On-Premise โดยทีมผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล เพื่อช่วยให้องค์กรสร้างภูมิคุ้มกันไซเบอร์และความเชื่อมั่นดิจิทัลอย่างยั่งยืน 

👉 ติดต่อทีมที่ปรึกษาของเราได้ที่ Bluebik Titans Cybersecurity Services 

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก 

7 มกราคม 2569

By Bluebik