ในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว AI ได้กลายเป็นกลไกหลักที่องค์กรชั้นนำทั่วโลกกำลังเร่งปรับใช้ให้เข้ากับโครงสร้างการดำเนินงาน ซึ่งคำถามเชิงกลยุทธ์ที่ผู้บริหารต้องหาคำตอบในวันนี้ จึงไม่ใช่เรื่องของการเริ่มต้นใช้ AI อีกต่อไป แต่คือการวางรากฐานที่จะนำพาองค์กรไปสู่อนาคตที่ AI เป็นแรงขับเคลื่อนหลักได้อย่างยั่งยืน

ในงาน AI-Powered Workplace 2030 ซึ่งจัดขึ้นโดย บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด คุณพชร อารยะการกุล CEO บริษัท บลูบิค กรุ๊ป (Bluebik Group) ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองในวงเสวนา Leading into the Era of AI – Public and Private Sector Leaders เกี่ยวกับทิศทางการนำ AI ไปประยุกต์ใช้ในองค์กร ซึ่งมีประเด็นสำคัญดังนี้
ภาพรวมการใช้ AI ขององค์กรไทย
ในปัจจุบัน หน่วยงานชั้นนำทั้งภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ รวมถึงองค์กรไทยส่วนใหญ่เริ่มนำ AI มาใช้งานแล้ว อย่างไรก็ตาม ระดับความก้าวหน้ายังแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ โดยองค์กรส่วนใหญ่ยังอยู่ในระยะ Pilot Project หรือนำไปใช้ในงานที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น Customer Service หรืองานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
สิ่งที่น่าสังเกตคือ ยังไม่มีองค์กรไทยที่นำ AI มาขับเคลื่อนธุรกิจหลัก (Core Business) อย่างเต็มรูปแบบ ในขณะที่องค์กรระดับโลกได้ก้าวไปสู่การใช้ AI ในการตัดสินใจกระบวนการหลักแบบครบวงจร เช่น ภาคการผลิตที่ใช้ AI คุมหุ่นยนต์ทั้งหมด โดยมีบุคลากรทำหน้าที่กำกับดูแลเชิงกลยุทธ์ ซึ่งนี่คือช่องว่างทางแข่งขันที่องค์กรไทยต้องเร่งปิด โดยควรเริ่มพิจารณาถึงการนำ AI Agent มาช่วยในกระบวนการหลักเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันยิ่งขึ้น
อุปสรรค 3 ประการที่ฉุดรั้งการเติบโต
สำหรับอุปสรรคที่ยังฉุดรั้งการนำ AI มาปรับใช้เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจนั้น คุณพชร เปิดเผยว่ามีอยู่ 3 ประการหลักๆ
- People — บุคลากรจำเป็นต้องปรับตัว แต่ทักษะและความพร้อมโดยรวมยังมีข้อจำกัด การยกระดับขีดความสามารถด้าน AI Literacy จึงเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน
- Process — ฝั่ง Business และฝั่ง IT ควรสื่อสารกันมากยิ่งขึ้นเพื่อสร้างความเข้าใจในการทำงานมากยิ่งขึ้น เนื่องจากทั้งสองฝั่งมีความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน โดยฝั่ง Business รับรู้ปัญหาที่เกิดขึ้น ขณะที่ฝั่ง IT มีความเชี่ยวชาญด้านเทคนิค หากต้องการนำ AI มาผสานเข้ากับกระบวนการทำงานเดิมจึงต้องสื่อสารและทำงานร่วมกันมากยิ่งขึ้น
- Technology — การขาดโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม ข้อมูลที่มีคุณภาพ และนโยบาย Governance ที่ชัดเจน ถือเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้การนำ AI มาใช้งานไม่สามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Roadmap สู่องค์กรที่ขับเคลื่อนด้วย AI
สำหรับองค์กรที่ต้องการก้าวสู่ยุคใหม่ที่ AI เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก คุณพชรนำเสนอ Roadmap 5 ข้อที่องค์กรสามารถเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันนี้
- Digitize Public Services — ลดการพึ่งพาเอกสารกระดาษ ยกระดับประสิทธิภาพด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้เป็นรากฐานของการเปลี่ยนผ่าน
- Data Exchange — สร้างมาตรฐานการจัดเก็บและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้ AI สามารถเรียนรู้และสร้างคุณค่าได้อย่างเต็มศักยภาพ
- Redefine Human Role — ทบทวนและกำหนดบทบาทของบุคลากรให้ชัดเจน เมื่อนำ AI มาขับเคลื่อนงานหลัก บุคลากรควรโยกย้ายไปทำงานที่สร้างคุณค่าสูงกว่า
- Leverage Cloud Technology — ใช้ประโยชน์จาก Cloud เพื่อรองรับการขยายตัว (Scalability) ลดต้นทุน และเข้าถึงเครื่องมือได้อย่างรวดเร็ว
- Governance — วางกรอบธรรมาภิบาลที่ชัดเจนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและกำกับดูแลการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ
หากกล่าวโดยสรุปแล้ว การเดินทางสู่ปี 2030 ไม่ใช่เพียงการแข่งขันด้านเทคโนโลยี แต่คือการเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน ทั้งบุคลากร กระบวนการ และข้อมูล องค์กรที่เริ่มวางรากฐานตั้งแต่วันนี้และสามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด คือผู้ที่จะคว้าโอกาสและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างยั่งยืน