ในวันที่โลกของการทำงานหมุนไวและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เรามักมองหาใครสักคนที่เป็นเหมือน ‘ตัวจูน’ ของทีม คนที่ไม่ได้แค่เก่งเรื่องวางแผน แต่ต้องมีสติที่มั่นคงพอจะรับมือกับสารพัดปัญหาตรงหน้าให้กลายเป็นเรื่องที่จัดการได้
ที่ Bluebik เรามีทีมที่คอยทำหน้าที่นั้นอยู่ ชื่อว่า Strategic PMO
หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพ ทีมนี้เป็นเหมือนกับกาวประสานและฟันเฟืองสำคัญที่คอยผลักดันโปรเจกต์ต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วง พวกเขาคือกลุ่มคนที่ต้องรับมือกับโจทย์หินๆ และทำงานร่วมกับคนจากหลากหลายอุตสาหกรรม
ในจังหวะที่ต้องเผชิญหน้ากับความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า ทุกคนต่างเห็นตรงกันว่า หัวใจของการเป็น PMO ที่เก่ง คือการมีสติที่นิ่งพอจะจัดการทุกสถานการณ์ ไม่ว่าเรื่องจะยากแค่ไหน แน่นอนว่าความเป็นเลิศของ Strategic PMO ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ชั่วข้ามคืน แต่เกิดจากการค่อยๆ สั่งสมประสบการณ์และเรียนรู้จากหน้างานจริง
ในซีรีส์บทความ X Factors ว่าด้วย ‘ความเป็นเลิศ’ ที่ขับเคลื่อนทีม วันนี้เราชวนตัวแทนจากทีม Strategic PMO อย่าง คุณแป้ง (Manager, Strategic PMO) พร้อมด้วย คุณไอเฟล, คุณเด๋งและ คุณพีช (Consultant, Strategic PMO) มาพูดคุยกัน ถึง ‘X Factors’ ของทีมนี้ ว่าพวกเขาทำอย่างไรถึงดูแลโปรเจกต์ให้สำเร็จไปได้ด้วยดี พร้อมกับสร้างความไว้ใจให้กับทุกคนรอบข้างไปพร้อมๆ กัน

The eXcellence Team เข้าใจงาน PMO ให้มากขึ้น
ก่อนอื่น เรามาทำความรู้จัก PMO กันก่อน
PMO หรือ Project Management Office คือหน่วยงานบริหารโครงการขนาดใหญ่ในองค์กร ทำหน้าที่กำหนดมาตรฐาน วิธีการ เครื่องมือ และเทคนิคต่างๆ ที่ใช้ในการบริหารจัดการโปรเจกต์ให้เป็นไปในทางเดียวกัน มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น
หลายคนอาจสับสนว่าทีม PMO ทำงานเหมือนกับ PM (Project Management) หรือเปล่า คำตอบก็คือทำงานบริหารจัดการโปรเจกต์เหมือนกัน แต่ในสเกลที่แตกต่างกัน อธิบายง่ายๆ PM เป็นคนที่รับผิดชอบโปรเจกต์หนึ่ง ต้องวางแผน จัดการทรัพยากร ควบคุมงบ และบริหารความเสี่ยงจนงานสำเร็จตามเป้า ส่วน PMO นั้นทำงานกับโปรเจกต์หลายโปรเจกต์ (และอาจทุกโปรเจกต์) โดยมีบทบาทได้ทั้งระดับกลยุทธ์จนถึงระบบปฏิบัติการ จะเน้นดูภาพรวม กำหนดนโยบาย พัฒนากระบวนการ และลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นนั่นเอง
The eXcellence Factors 4 หัวใจแห่งความเป็นเลิศ
ทีม PMO ที่ Bluebik มีสมาชิกกว่า 20 คน
ธรรมชาติของแผนก PMO คือคนในทีมทำงานด้วยระบบแยกกัน เนื่องจากในโปรเจกต์หนึ่ง ลูกค้าต้องการ PMO เพียง 1-2 คนเข้าไปจัดการโปรเจกต์ ทุกคนในทีมจึงแยกย้ายกันไปรับผิดชอบโปรเจกต์ของตัวเอง แต่ถึงจะทำงานแยกกัน แต่ทีม PMO ก็มี ‘คุณค่า (Values)’ บางอย่างที่ทีมยึดถือร่วมกัน เป็น X Factor (Excellence Factor) ที่แสดงถึงความเป็นเลิศประจำทีม
ซึ่งทีม PMO ตอบว่า ไม่สามารถจำกัดได้แค่คำคำเดียว แต่มีมากถึง 4 คำ เริ่มจาก
1. Soft Skills ทักษะด้านอารมณ์ อุปนิสัย และบุคลิกภาพ
นี่คือสิ่งที่เป็นพื้นฐานของการเป็น PM และ PMO ซึ่งคำว่า Soft Skills อาจฟังดูเป็นคำกว้างๆ แต่จริงๆ ครอบคลุมถึงทักษะหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสาร การทำงานเป็นทีม ความเป็นผู้นำ การแก้ไขปัญหา ไปจนถึงการจัดการอารมณ์
พีชบอกว่า “PMO เราคือผู้คนที่มีหน้าที่ในการขับเคลื่อนโปรเจกต์ให้สำเร็จ เป็นฟันเฟืองที่ผลักดันให้โปรเจกต์หนึ่งไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ Soft Skills เหล่านี้แหละคือจุดเล็กๆ ที่จะช่วยให้เราทำอย่างนั้นได้”
PMO สร้าง Soft Skills อย่างไร? พวกเขาตอบว่ามันไม่ใช่สกิลที่เรียนแล้วจะได้ทันที แต่เกิดจากการฝึกใช้ครั้งแล้วครั้งเล่าผ่านประสบการณ์จริง และผ่านการพาตัวเองไปทำงานหลากหลายอุตสาหกรรม และบางที Soft Skills ก็อาจจะมาจากความผิดพลาดก็ได้เช่นกัน เพราะถ้าหากไม่เคยทำงานผิดพลาด คนทำงานก็อาจจะไม่ได้เรียนรู้
“มันคือการ Learning by Doing ไปเรื่อยๆ จากโปรเจกต์ อุตสาหกรรม และลูกค้าที่แตกต่างกันออกไป” พีชย้ำ
2. Adaptability การพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง
หลายครั้ง ทีม PMO มีวิธีมากมายในการจัดการกับสถานการณ์ต่างๆ เพื่อให้โปรเจกต์สำเร็จลุล่วง แต่การจะเลือกวิธีไหนนั่นคือสิ่งสำคัญ เพราะว่ากันตามตรง วิธีที่เคยใช้แล้วได้ผลกับโปรเจกต์หนึ่ง อาจนำไปใช้กับอีกโปรเจกต์แล้วไม่ได้ผลก็ได้ เพราะฉะนั้น ทัศนคติในการพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงและประเมินสถานการณ์จึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้
“การพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงมีหลายแง่มุม ด้วยธรรมชาติของโปรเจกต์และลูกค้าที่หลากหลาย บางครั้งลูกค้ามีวิธีการทำงานที่แตกต่างกันไปด้วย เราก็ต้องปรับไปพร้อมกับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการหาทางประนีประนอมจุดที่พอดีที่สุดสำหรับโปรเจกต์ การสังเกตบริบทของโปรเจกต์นั้น และการเลือกใช้วิธีแก้ปัญหาที่เหมาะสม” แป้งอธิบาย
3. Management Skills สกิลการจัดการ
ทีม PMO ทำหน้าที่เป็น ‘ตัวกลาง’ ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) หลายคน ไม่ว่าจะเป็นตัวกลางของฝ่ายเทคโนโลยีและฝ่ายธุรกิจ จึงจำเป็นมากที่คนทำงาน PMO จะต้องมี ‘ทักษะในการจัดการ’ ไม่ว่าจะเป็นจัดการงานหรือจัดการคน
“ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของโปรเจกต์หนึ่งนั้นมีหลากหลาย ทั้งจากฝั่งเทคฯ และฝั่งธุรกิจ เราต้องใช้วิธีการเข้าหาให้ถูก ให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์และทำให้โปรเจกต์เคลื่อนไปข้างหน้าได้ เพราะฉะนั้น การเรียนรู้การเข้าหาคน ปรับการสื่อสารให้เข้ากับแต่ละคนก็เป็นสิ่งสำคัญ เราต้องโฟกัสว่าคนที่เราจะเข้าหา เขามุ่งหวังอะไร แล้วเราจะตอบโจทย์เขายังไงได้บ้าง” ไอเฟลแนะนำ
4. Trust ความไว้วางใจ
โดยเฉพาะความไว้วางใจจากลูกค้า ซึ่งไม่ได้ลอยมาจากฟ้า แต่ทีม PMO ต้องสร้างมันขึ้นมาผ่านการทำงานที่จะพิสูจน์ตัวเอง ทั้งต่อลูกค้าและคนที่ทำงานด้วย หากสามารถทำสำเร็จ ลูกค้าและคนทำงานก็จะไว้วางใจที่จะทำงานด้วยกันต่อไปเรื่อยๆ
“เด๋งมองว่า PM และ PMO คือกาวประสานระหว่างทีม เพราะฉะนั้น เราต้องเป็นคนที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับทีมและลูกค้าก่อนว่าเราสามารถประสานงานได้ สื่อสารได้ และช่วยทีมแก้ปัญหาได้” เด๋งเล่าความสำคัญ
“ในการทำงานทุกโปรเจกต์ บางครั้งลูกค้ายังไม่ได้เปิดรับเราร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะเราเป็นคนใหม่ที่เข้าไปร่วมโปรเจกต์เขา แต่สุดท้ายแล้ว พอเราทำงานนี้ไปเรื่อยๆ เราก็จะทำให้เขาเห็นว่าเราเข้ามาตรงนี้เพื่อช่วยให้งานทุกอย่างราบรื่น สิ่งนี้แหละก็จะสร้างความไว้วางใจ”
The eXcellence and The BLUE 4 ความเป็นเลิศของ Bluebik
เมื่อถอยกลับมามองภาพใหญ่ขององค์กร Bluebik เองก็มี The X Factors ที่สะท้อนความเป็นเลิศของบริษัทเช่นกัน นั่นคือคำว่า BLUE ซึ่งย่อมาจาก
B หมายถึง Beyond Standard ไม่ใช่แค่การทำงานให้เสร็จ แต่ต้องทำให้สำเร็จ
L หมายถึง Lead by Action ใส่ความคิดสร้างสรรค์และลงมือทำให้เป็นจริง
U หมายถึง Unity in Diversity การเป็นองค์กรที่รวมคนที่มีประสบการณ์หลากหลาย
E หมายถึง Empathy and Empower การมีความเห็นอกเห็นใจและส่งเสริมคนในทีมเสมอ
เมื่อได้มีโอกาสคุยกับทีม PMO เราจึงเอ่ยปากถามว่า ทีมมีการหยิบคุณค่าด้านความเป็นเลิศนี้มาใช้บ้างหรือเปล่า? แป้งตอบว่าใช้ทุกตัว โดยเฉพาะตัว E ที่ต้องมีความเห็นอกเห็นใจต่อทีมงานและโปรเจกต์นั้นๆ
“ด้วยทางทีมและลูกค้าที่มี Background อันหลากหลาย มีมุมมองแตกต่างกัน เราก็จะสื่อสารกับพวกเขาเพื่อจะให้เข้าใจจริงๆ รู้ว่าสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องการคืออะไร เพื่อนำไปสู่การหาวิธีที่จะทำให้ความต้องการเหล่านั้นสำเร็จ”
ก่อนที่ไอเฟลจะเสริมว่า “เห็นด้วยค่ะว่า E เป็นตัวอักษรที่สำคัญมากสำหรับ PMO เราทำงานกับคนเยอะ การที่งานติดขัดบางอย่าง เราต้องเข้าไปดูว่าจุดที่งานไม่สามารถ Deliver ออกมาได้คืออะไร นอกจากนี้ ตัว B ก็ถือเป็นตัวที่สำคัญ เพราะเราอยากจัดการโปรเจกต์ให้ตรงตามสิ่งที่ลูกค้าต้องการ หรือให้มากกว่าสิ่งที่ลูกค้าต้องการด้วยซ้ำ เพราะหากเราทำได้ สิ่งเหล่านี้ก็จะกลับมาสร้างความไว้วางใจหรือ Trust ซึ่งเป็น X Factor ประจำทีมด้วย”
The eXcellence Culture วัฒนธรรมที่ส่งเสริมให้คนทำงานได้ฝึกฝน
นอกจากจะได้ฝึกฝนตัวเองจากงานที่ทำแล้ว Bluebik ยังมีการส่งพนักงานแผนก PMO ไปอบรมหลักสูตร Project Management โดยเฉพาะจนได้ใบประกาศนียบัตร มากกว่านั้น ในทีม PMO เองก็จะมีการจัดเทรนนิ่งให้กับพนักงานได้อัปสกิลกันอย่างสม่ำเสมอ
แต่อย่างที่บอกว่า ธรรมชาติของแผนก PMO คือระบบที่ทำงานแบบ ‘แยก’ กัน
“จริงๆ คนในทีมนี้แทบไม่ได้เจอกันเลยเนอะ” แป้งพูดกลั้วหัวเราะ “แต่ทีมเราก็จะเชื่อมสัมพันธ์ (Bonding) กันด้วยการนัดกินข้าวกันทุก 3 เดือน ตอนเจอกันก็จะอัปเดตสถานการณ์ว่าโปรเจกต์แต่ละคนเป็นยังไงบ้าง หรือถ้าเจอกันแบบเป็นทางการจริงๆ คืองานเลี้ยงของบริษัท Team Meeting หรือการไป Outing ด้วยกันมากกว่า อย่างที่บอก เราทำงานกันแบบ Project-Based ค่ะ เราต่างคนจึงต่างทำงานในโปรเจกต์ของตัวเอง และสามารถปรึกษา Mentor ได้เสมอ”
นอกจากกิจกรรมนัดทานอาหารที่เป็นเซสชั่นอัปเดตงานแบบหลวมๆ ทีมยังมีกิจกรรมเชื่อมสัมพันธ์และแชร์ความรู้กันอย่างจริงจัง นั่นคือ Knowledge Sharing Session ที่ให้คนในทีมมาแชร์ประสบการณ์และความรู้จากการทำโปรเจกต์ต่างๆ หลังจากจบงานนั้นแล้ว
“ทุกคนมีประสบการณ์การทำงานของตัวเอง และทุกคนก็เคยผ่านการทำงานอันหลากหลายมา พอได้มาแชร์กันแล้วมันเป็นเหมือนทางลัดที่ทำให้เราได้เรียนรู้ เหมือนพี่ๆ มีสูตรสำเร็จมาเล่าให้น้องฟังอะไรแบบนั้น” พีชบอก

The eXcellence Conversation ว่าด้วยเรื่องงาน ความสำเร็จ และชีวิตของชาว PMO
ไหนๆ ได้มีโอกาสนั่งคุยกับทีม Strategic PMO ทั้งที เราไม่พลาดที่จะเจาะลึกวิธีคิดที่ทำให้พวกเขาเป็นทีมที่ใครๆ ก็ยอมรับในฝีมือ เราชวนพวกเธอทั้ง 4 เปิดมุมมองเรื่องนิยามของคำว่า ‘ความสำเร็จ’ ในแบบที่ไม่ได้ดูแค่ผลงาน รวมถึงวิธีรับมือความกดดันและการตั้งเป้าหมายที่เหนือกว่าความคาดหวัง
ใครที่กำลังอยากอัปสกิลตัวเองให้เก่งขึ้น คำตอบซ่อนอยู่ในบรรทัดถัดไป
ตอนทำงานก็แยกกันไปทำแต่ละโปรเจกต์ ทีม PMO มีนิยามคำว่า ‘ความสำเร็จ’ ร่วมกันไหม?
พีช : ความสำเร็จเป็นคำที่นิยามยากนิดหนึ่ง แต่เท่าที่นึกออก พีชมองว่าคำว่าความสำเร็จของทีม PMO มันคือคำว่า Go Live ค่ะ คำคำนี้เป็นคำที่เราจะใช้ เมื่อโปรเจกต์ถึงเป้าหมายแล้ว หลังจากที่เราพัฒนาซอฟต์แวร์ แอปพลิเคชัน หรือระบบต่างๆ มาแล้ว ถ้าเรา Go Live หรือส่งมอบโปรเจกต์นั้นให้ลูกค้าได้แบบราบรื่น นี่แหละคือความสำเร็จของเรา
เด๋ง : นอกเหนือจากงานสำเร็จแล้ว เรามองว่า ‘คนสำเร็จ’ ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดี คำว่าคนสำเร็จหมายถึงเราสามารถรักษาความสัมพันธ์ของลูกค้าและทีมงานไว้ได้ เพราะสุดท้ายแล้ว เมื่อโปรเจกต์หนึ่งจบ เราอาจจะโคจรมาเจอกันในอีกโปรเจกต์ก็ได้ หากเราเคยมีปัญหากับเขา เขาอาจจะไม่อยากทำงานกับเราอีกแล้ว เพราะฉะนั้น การรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าและคนทำงานคืออีกสิ่งที่สำคัญ
ในทุกงาน สิ่งที่ทีม PMO จะไม่ยอมปล่อยผ่านเลยคืออะไร?
พีช : คุณภาพเป็นสิ่งที่เราปล่อยผ่านยากมาก อย่างที่น้องเด๋งได้บอกว่า ความไว้วางใจหรือ Trust คือสิ่งที่เราอยากได้ เพราะฉะนั้น เรารับปากอะไรไว้ เราก็อยากทำมันออกมาให้ดีที่สุด ถ้าสมมติว่างานเราไม่มีคุณภาพ เราก็มีแต่เสียรอบด้าน รวมไปถึงทีมและองค์กรของเราด้วย
แป้ง : ในการจัดการโปรเจกต์หนึ่ง สิ่งที่เราจะให้ความสำคัญ คือ การบาลานซ์ 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ เวลา (Time), ทรัพยากร (Resources) และขอบเขตงาน (Scope) เราต้องประเมินก่อนว่าไทม์ไลน์มีความท้าทายแค่ไหน เพื่อดูว่าเราต้องปรับลดสโคปงานหรือเพิ่มทรัพยากรหรือไม่ หากพบว่าทรัพยากรมีจำกัด สิ่งแรกที่ต้องทำคือการสื่อสารอย่างโปร่งใสกับทุกฝ่ายเพื่อหาทางออกร่วมกัน หรือหากเวลาบีบคั้น เราอาจเสนอให้ปรับสโคปโดยตัดฟังก์ชันที่ยังไม่จำเป็นเร่งด่วนออกไปก่อน เพื่อไม่ให้กระทบต่อคุณภาพ (Quality) ของงานหลัก ท้ายที่สุดแล้ว ความสำเร็จของโปรเจกต์จึงขึ้นอยู่กับการสื่อสารและการบริหารความคาดหวังระหว่างทีมงานและลูกค้า
การมี X Factors ของทีม PMO ทั้ง 4 ตัว คือ Soft Skills, Adaptability, Management Skills, Trust การยึดถือคุณค่านี้ร่วมกันเคยทำให้เครียดหรือกดดันในการทำงานหรือเปล่า?
พีช : เรามองว่าทั้ง 4 ตัวเป็นสกิลหลักสำคัญของการเป็น PM และ PMO เลย ก็พยายามที่จะรักษามันไว้ในการทำงานเสมอ แต่ความกดดันที่เกิดขึ้นอาจจะมีบ้าง แต่เราต้องคำนึงอยู่เสมอว่าเราเป็น PMO มืออาชีพที่เขาจ้างมาแล้วคุ้มค่าต่อเงิน เราไม่อยากให้ลูกค้าตั้งคำถามว่า PMO คืออะไร ทำไมต้องมีในโปรเจกต์นี้
แป้ง : ในการทำงานที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ลูกค้าก็มีคนใหม่ๆ มาตลอด หากเราเครียด เราก็ต้องกลับมาดูแลตัวเองและคิดกับตัวเองว่า นี่คืองาน แต่เราก็ยังมีชีวิตพาร์ตอื่นๆ ให้ได้เอนจอย ได้ผ่อนคลายความเครียด มันคือเรื่องปกติของการทำงานค่ะ
หากมีน้องนักศึกษาฝึกงาน หรือพนักงานใหม่เดินเข้ามาปรึกษาว่า อยากเก่งแบบพี่ๆ บ้าง ต้องเริ่มฝึกจากตรงไหน คุณจะแนะนำเขาว่าอะไร?
พีช : สิ่งหนึ่งที่จะบอกเลยคือน้องต้องเข้าใจบริบทของโปรเจกต์ก่อน ถ้าเข้ามาในโปรเจกต์หนึ่งแล้วยังไม่เข้าใจว่าโปรเจกต์นี้ทำอะไร สิ่งที่โปรเจกต์นี้ต้องการคืออะไร น้องจะไม่มีวันทำงาน Project Management ได้เลย เพราะนี่คือสเต็ปแรก หลังจากนั้น น้องต้องรู้ว่าคนที่มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) เขาต้องการอะไร จากโปรเจกต์นี้
แป้ง : เสริมจากน้องพีชนะคะ นอกจากที่เราจะเข้าใจโปรเจกต์ เราอาจจะต้องรอบรู้ในหลายๆ ด้าน เพราะเราไม่สามารถเลือกอุตสาหกรรมที่เราจะเข้าไปทำงานกับลูกค้าได้ บางทีเราต้องทำให้ธนาคาร บางทีทำให้บริษัทปิโตรเคมี ซึ่งถ้าเราไม่ได้เป็นคนอยากเรียนรู้ เปิดใจยาก เราก็อาจจะไม่เข้าใจในบริบทของแต่ละอุตสาหกรรม เพราะฉะนั้น ทัศนคติที่เปิดกว้างอยากเรียนรู้คือสิ่งสำคัญ
ตั้งแต่อยู่ในทีมนี้มา บทเรียนสำคัญที่ได้เรียนรู้จากการอยู่ในทีมนี้คืออะไร แล้วทำให้คุณสามารถเติบโตหรือต่อยอดในสายงานนี้ได้อย่างไร?
พีช : เราได้เรียนรู้ว่าไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้ เราสามารถเป็นได้ทุกอย่างที่เราอยากเป็น ตอนเราเข้ามาทำงานนี้ใหม่ๆ ในฐานะ Junior PM ยังจินตนาการภาพไม่ออกเลยว่าเราจะเก่งแบบพี่ๆ ในทีมได้ไหม เขาทำโปรเจกต์ร้อยล้านพันล้าน แต่ถ้าเขาทำได้เราก็ต้องทำได้ พี่เขาสอนแบบนี้เสมอ
แป้ง : การอยู่ในทีม PMO ให้ประสบการณ์การทำงานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเรื่องเทคนิค เทคโนโลยี ทำให้เรากลายเป็นคนที่ชอบเรียนรู้ตลอดเวลา
ไอเฟล : จริงๆ เราได้ทำงานในหลายอุตสาหกรรมมากๆ แล้วทำให้เราได้สำรวจด้วยว่าเราชอบทำงานในอุตสาหกรรมไหน แล้วเราสามารถเรียนรู้แบบลงลึกในอุตสาหกรรมนั้นเพิ่มเติมได้ ในอนาคตเราก็อาจจะเป็น PMO ที่มีความชำนาญพิเศษเฉพาะอุตสาหกรรมได้เหมือนกัน
เด๋ง : เห็นด้วยกับทุกคน งาน PMO ทำให้เราได้เห็นภาพใหญ่ของอาชีพหรือสิ่งที่เราอยากทำ พอเราเห็นภาพใหญ่ เราสามารถเลือกได้ว่าอยากเรียนรู้ภาพย่อยตรงไหน แล้วเราก็เปิดใจเรียนรู้กับมันได้ค่ะ
จะเห็นได้ว่างานด้าน PMO เป็นอีกสายที่เหมาะสำหรับคนที่ชอบความท้าทาย พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ และต้องมีทักษะการบริหารจัดการ หากคุณคือคนๆ นั้น และอยากร่วมงานกับ Bluebik อย่ารอช้า สมัครเข้ามาได้เลย https://bluebik.com/th/job/project-management-consultant-2/