fbpx
บล็อก 22 กรกฎาคม 2021

Five Point Palm Exploding heart technique วรยุทธ์ฝ่ามือปลิดวิญญาณ

ฉากของภาพยนตร์ในตำนานเรื่อง Kill Bill ซึ่งผมเอามาดูใหม่ช่วงโควิดที่ตรึงตาตรึงใจมากที่สุด ก็คือฉากจบที่นางเอกสังหารบิล สุดยอดตัวร้ายด้วยฝ่ามือปลิดวิญญาณ (Five Point Palm Exploding Heart Technique) ที่เรียนมาจากปรมาจารย์ไผเม่ย (Pai Mei) เป็นการใช้นิ้วทั้งห้าจี้จุดสำคัญตามร่างกายต่างๆ ผู้ถูกฝ่ามือจะเดินได้ห้าก้าวและหัวใจจะระเบิดตายในก้าวที่ห้า เป็นวิทยายุทธ์ที่สุดยอดและตราตรึงในความทรงจำ จนถึงกับครึ้มอกครึ้มใจไปลองทำท่าเล่นๆดูอยู่หลังจากดูจบอยู่พักใหญ่

ระหว่างดูฝ่ามือตัวเองไปนั้นเลยมานึกต่อเล่นๆว่าอันที่จริงแล้ว มือของคนเรานั้นเป็นอาวุธที่ติดตัวเรามาตั้งแต่เกิด

กำเข้าก็เป็นหมัด แบมือก็เห็นว่าแต่ละนิ้วบนมือก็ใช้งานได้แตกต่างกัน แถมเราก็มองเห็นรู้สึกถึงมือเราอยู่ตลอดเวลา ระหว่างลองเล่นฝ่ามือปลิดวิญญาณอยู่นั้นก็รู้สึกว่าแต่ละนิ้วถ้าคิดเป็นระบบ คิดถึงสิ่งที่ต้องเผชิญเชื่อมโยงกับการทำงาน การทำธุรกิจในช่วงวิกฤตโควิดนี้ก็อาจจะเป็นเครื่องเตือนใจที่ไม่เลวอยู่เหมือนกัน

มองไปที่นิ้วโป้งก็พอจะทำให้นึกถึงหัวใจหลักของธุรกิจ

ที่ไม่ว่าจะเจอปัญหารอบด้านยังไงก็ยังต้องหาทางพัฒนา ปรับปรุงสินค้าหรือบริการที่เราทำอยู่ให้ลูกค้ายกนิ้วชมให้ให้ได้ ยิ่งในช่วงที่อะไรเปลี่ยนแปลงเยอะมากขนาดนี้ เราอาจจะหลงลืมเรื่องสำคัญที่สุดเรื่องนี้ไป เช่น ร้านอาหารไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไร เสาหลักแรกที่ต้องมีเสมอคืออาหารต้องอร่อย พอมี Delivery ก็ต้องเปลี่ยนสูตรให้ผ่านไป 30 นาทีแล้วก็ยังอร่อยอยู่ งานบริการหลายอย่างที่ต้องปรับให้สะดวก ให้ทันให้ดีกว่าความคาดหวังของลูกค้าอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะช่วงนี้ที่ลูกค้าเปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนความต้องการไปเยอะมาก การที่เคยยกนิ้วโป้งให้ในอดีตก็ไม่ได้หมายความเขาจะยกให้อีก

ลองชี้นิ้วชี้โน่นนี่ดู ก็รู้สึกว่าน่าจะเอาไว้ชี้ให้ถูกที่ถูกทาง

ไม่ใช่ชี้หาคนผิดในวันที่ทุกคนต้องการขวัญกำลังใจ แต่ควรชี้ไปข้างหน้า ชี้ให้ลูกน้องเห็นทางว่าจะเดินไปทางไหน แผนคืออะไร ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ทุกคนจะได้มุ่งไปสู่ในทางเดียวกัน เป็นนิ้วที่ทำให้ตระหนักในหน้าที่ของผู้นำองค์กรของเราว่าเป็นหน้าที่ที่จะต้องนำทาง คิดใหม่ทำใหม่ หาทางออก หาแสงสว่างให้ทุกคนที่หวังการนำของเราอยู่เสมอ

นิ้วกลางเป็นนิ้วที่จะยกทีก็ต้องคิดแล้วคิดอีก

น่าจะเอาไว้ยกใส่ (ในใจ) กับสิ่งที่ไม่ Make sense แล้วและยังทำกันอยู่ในองค์กร ไม่ได้ปรับตัวไปตามยุคสมัย ยก (ในใจ) ให้กับ Red tape ในองค์กรที่ไม่ผ่านด่านโควิดและไม่จำเป็นกับลูกค้าอีกต่อไป พอรู้สึกว่าเรื่องนี้ควรยกนิ้วให้ในใจก็ต้องเริ่มกระบวนการแก้ไขสิ่งที่ไม่ Make sense นั้นให้หายไป การปรับปรุงองค์กรนอกจากจะต้องทำสิ่งไหม่แล้ว การรู้จัก How-to ทิ้งหลายเรื่องหลากคนก็จำเป็นมากเช่นกันในวิกฤตโควิดที่ช่วยทดสอบระบบที่ล้าหลังหลายอย่างที่เป็นอยู่ จะเสียดายอย่างมากถ้าโควิดผ่านไปแล้วเรากลับมาทำตัวเหมือนเดิม

นิ้วนาง น่าจะเอาไว้เตือนว่ายุคนี้สมัยนี้ต้องหาพันธมิตรร่วมทางไว้ให้มาก

ด้วยเหตุผลหลากหลายทั้งตลาดที่เปลี่ยนไป มัวแต่ทำเองทุกอย่าก็จะช้าและแพง เอาความเก่งรวมกันกับคนอื่นอาจจะเจอ Solution ที่ Win-win ขึ้นมาก็ได้ ต้องเตือนตัวเองให้อย่ามัวแต่อยู่ในถ้ำ ต้องออกไปหาคนที่เราอาจจะแต่งงานด้วยได้ ทั้งต้องทำตัวให้ดี มีเสน่ห์ และมีจุดเด่นพอที่คนอยากจะมาร่วมงานกับเราด้วยเช่นกัน

นิ้วก้อย น่าจะเอาไว้เตือนใจว่ามีอะไรที่ถึงยามจำเป็นอาจต้องตัดทิ้งไปเป็นการตัดอวัยวะเพื่อรักษาชีวิตได้บ้าง

หลายอย่างที่แบกหนักไว้โดยที่ประโยชน์ไม่มาก หรืออาจมีต้นทุนที่สูงหรือขาดทุนอยู่ ในยามคับขันอาจจำต้องตัดนิ้วก้อยไปก่อน เหลือสี่นิ้วก็ยังพอหยิบจับอะไรได้ แต่เทคโนโลยีสมัยนี้ ตัดแล้วใส่ตู้เย็นไว้ พอดีๆแล้วอาจต่อกลับมาใหม่ก็ได้ โดยเฉพาะถ้านิ้วก้อยเริ่มเน่าและอาจจะลามไปทั้งมือจนถึงหัวใจได้

ผู้นำทางธุรกิจระดับจอมยุทธ์ นึกอะไรไม่ออกลองยกมือขึ้นมาฝึกฝ่ามือปลิดวิญญาน Five Point Palm Exploding Heart Technique กันทุกวันดูก็ไม่เลวนะครับ อย่างน้อยพอมองมือก็เป็นเครื่องเตือนใจได้ว่าต้องฝึกตามแต่ละนิ้วกันอย่างไรบ้างในสภาวะวิกฤติที่ไม่ง่ายทั้งช่วงเวลาที่อยู่ในวิกฤติและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น

มาเพ่งมาฝึกฝ่ามือพิชิตวิกฤตกันดูนะครับ

บทความโดย ธนา เธียรอัจริยะ
ประธานคณะกรรมการบริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด ผู้พัฒนาและให้บริการ Robinhood แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีไทย และประธานคณะกรรมการบริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)